Fuji X100 มาพร้อมกับความแรง

กลับมาพบกันอีกเช่นเคยครับกับผมคนเดิม วันนี้ผมมีรีวิวกล้องจากทางค่าย Fuji มาแนะนำให้คอกล้องทั้งหลายได้อ่านกันเช่นเคย ตัวนี้นับได้ว่าเป็นกล้องที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับการพกพาไปไหนต่อไหนได้ เพราะมันเป็นคอมแพ็คที่อัดเต็มไปด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น ถ้าใครชอบค่ายนี้อยู่ลองดูตัวนี้ไว้เป็นตัวเลือกก็ได้ครับ

ด้านการดีไซน์ทำออกมาได้ OK ครับ ยอมรับได้ในระดับหนึ่ง สามารถหยิบจับได้สะดวก แต่ที่ชอบเป็นการส่วนตัวเลยก็คือ การดีไซน์พื้นผิวของกล้อง ออกมาในแนว Classic Camera ดี ดูแล้วได้อารมณ์กล้องสมัยเก่าๆ แบบกล้องฟิล์ม แป้นปรับโหมดการถ่ายภาพ อยู่ทางด้านบนขวา มีแป้นหมุน 2 แป้นครับ นอกจากนั้นยังมี hot shoe สำหรับอำนวยความสะดวกให้กับการต่อกับแฟลชภายนอกได้ หน้าจอ LCD ทางด้านหลังแม้จะไม่ใหญ่โตมากแต่ก็ได้ใจครับ

สเป็คของเจ้าตัวนี้เป็นอย่างไรบ้างเราลองมาดูกันครับ เริ่มจาก 8ความละเอียดของกล้องที่สามารถทำได้คือ 12 MP ใช้ Sensor แบบ APS-C CMOS มาพร้อมกับ Fix Lens 23 mm F2 หน้าจอ LCD ขนาด 2.8” ISO สามารถดันได้ถึง 12800 ไม่ต้องกลัวเรื่องการถ่ายในที่แสงน้อยครับ เอาอยู่ นอกจากจะมี hot shoe แล้วยังมี built-in flash มาให้อีกด้วย มาเต็มไม่แพ้กัน สามารถบันทึก VDO ที่ระดับความละเอียด HD พร้อมบันทึกเสียงระดับ Stereo ได้

คุณภาพของภาพอยู่ในเกณฑ์ดีครับ สามารถทำหน้าชัดหลังเบลอได้ในระดับหนึ่ง สีสันก็สดใสดี ราคาออกจะแพงไปหน่อยครับอยู่ที่ 32,900 บาท แต่ถ้าชอบ ดีไซน์ และความเล็ก ตัวนี้น่าสนใจครับ

Sony Cyber Shot WX7 คอมแพ็คหลากสไตล์

สำหรับท่านที่ชื่นชอบกล้องคอมแพ็คไม่ควรพลาดอย่างยิ่งครับกับบทความนี้ ท่านจะได้รู้จักกับเจ้าตัวเล็ก ประสิทธิภาพสูงจากค่าย Sony ที่ใครเห็นเป็นต้องน้ำลายไหลกันอย่างแน่นอน ถ้าทุกท่านพร้อมที่จะทำความรู้จักกับเจ้าตัวนี้แล้วละก็ อย่ามัวรีรอครับ ตามผมมาดูด้านในกันได้เลย Let’s go.

การออกแบบภายนอกของเจ้า WX7 นี้ ทำได้ดีมากครับ สวยสะดุดตา และยังมีให้เลือกมากมายหลายสี อาทิ เช่น น้ำเงิน ดำ เงิน ขาว ชมพู ออกแบบมาให้มีขนาดเล็กพกพาสะดวกสามารถพาไปเที่ยวได้ทุกที่เลยละครับ การจัดวางตำแหน่งปุ่มต่างๆ ทำได้ดี ทั้งวงแหวนปรับโหมด ปุ่มบันทึก VDO ไม่จำเป็นต้องเข้า Menu ก็สามารถถ่ายได้ครับ เอาใจนักท่องเที่ยวดีจริงๆ เลย

เรามาดูกันที่สเป็คของเครื่องกันบ้างดีกว่า สำหรับรุ่นนี้ความละเอียดสูงสุด ถึง 16 MP มี Mode การถ่ายภาพมากมาย อาทิ เช่น Mode อัตโนมัติ, ถ่ายภาพแบบ 3 มิติ, ถ่ายเดฟ, Tracking Focus, พาโนราม่า, โหมดถ่ายกลางคืนถือด้วยมือ และ โหมดหน้าใส เค้าก็จัดมาให้เต็มที่เหมือนกันนะเนี่ย นอกจากนั้นยังสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้สูงสุด 10 ภาพ/วินาที โอ้แม่เจ้าสุดยอดจริงๆ สามารถใช้เมมโมรี่ได้ทั้ง SD และเมมโมรี่สติ้ก และอีกมากมายเลย

เมื่อมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสียครับ สำหรับรุ่นนี้ออกจะทำงานช้าไปหน่อยตอนช่วงเปลี่ยน Mode และภาพที่ถ่ายแบบ 3 มิติ จะสามารถแสดงผลได้เฉพาะในทีวีที่รองรับระบบนี้เท่านั้นครับ ทางด้านราคา เค้ากระซิบมาว่าประมาณ 8,000 ต้นๆ ครับ ใครที่ชอบค่ายนี้ และต้องการกล้องที่เล็กกะทัดรัด ตัวนี้ใช้ได้ครับ

Canon EOS 1100D สั่งได้ดั่งใจวัยมันส์

ครับสำหรับวันนี้ก็กลับมาพบกันอีกเช่นเคย วันนี้กล้องที่ผมนำมารีวิวก็คือ Canon EOS 1100D สำหรับหลายท่านที่กำลังมองหากล้อง DSLR ขนาดเล็ก ประสิทธิภาพเป็นที่น่าพอใจ รุ่นนี้ตอบโจทย์ความต้องการของท่านได้อย่างแน่นอนส่วนจะมีอะไรดีบ้างนั้นคงต้องติดตามกันต่อไปครับ ว่าแล้วเราก็เข้ามาดูด้านในกันดีกว่าครับ

Canon EOS 1100D ตัว Body มีให้เลือกถึง 4 สีด้วยกันครับคือ แดง, ดำ, เทา, ช็อกโกแลต ตัวนี้ได้รับการพัฒนามาจาก EOS 1000D โดยมีโฟกัสมากขึ้นจาก 7 จุด เป็น 9 จุดครับ ค่า ISO สูงสุดที่สามารถทำได้อยู่ที่ 6400 และมีระบบป้องกันการเกิดน้อยส์มาให้อีกด้วย สุดยอดไปเลยครับสำหรับรุ่นนี้ นอกจากนี้แล้วหน้าจอ LCD ยังได้รับการพัฒนาจากขนาดความกว้าง 2.5 มาเป็น 2.7 นิ้ว ทำให้สามารถเห็นรายละเอียดภาพที่ถ่ายมาได้มากขึ้นครับ

ทางด้านความละเอียดของ Sensor ตัวนี้ให้ความละเอียดมากถึง 12 MP เลยครับเรียกได้ว่าความละเอียดเทียบได้กับหลายรุ่นครับ ด้านการออกแบบของเจ้าตัวเล็กนี้ เค้าให้ปุ่มปรับเลือกโหมดการถ่ายภาพอยู่ทางด้านขวาบนของตัวกล้องครับ มี Pop-up flash แถมมาให้ด้วย ทางด้านปุ่มชัตเตอร์ออกแบบในตำแหน่งที่ดีมากครับจับดูแล้วสบายมือ แถมถนัดอีกด้วย ด้านหลังกล้องปุ่มไม่เยอะเท่าไหร่ครับ แต่ก็จัดมาให้อย่างครบครัน ไม่ให้น้อยหน้ารุ่นอื่นๆ

ทางด้านพอร์ตเชื่อมต่อก็มีครบครับไม่ว่าจะเป็น USB, HDMI, และ SD Card แต่ที่น่าเสียดายก็คือรุ่นนี้ไม่มีระบบวัดแสงแบบจุดครับ ไม่น่าพลาดเลย ใครที่สนใจกล้อง DSLR ราคา ไม่ถึง 20,000 ตัวนี้นับได้ว่าเจ๋งเลยทีเดียว

Canon 5D mark III กล้องเทพระดับพรีเมี่ยม

เจ้ากล้องเทพตัวนี้ใครหลายคนถ้าได้ลองสัมผัสแล้วเป็นต้องน้ำลายไหล อยากได้อย่างแน่นอน ด้วยฟังก์ชั่นการทำงานที่ครบที่สุดเท่าที่เคยมีมา และได้รางวัลกล้องดีที่สุดในปี 2012 ด้วยแล้ว ทำให้ใครหลายคนใฝ่ฝันอยากมีไว้ครอบครอง เรามาดูกันดีกว่าว่า คุณสมบัติของกล้องเทพนั้นเค้ามีอะไรบ้าง และคนธรรมดาเดินดินอย่างเราๆ ท่านๆ จะรับไหวหรือไม่ ถ้าทุกท่านพร้อมแล้ว ตามผมมาด้านในได้เลย

สเปคของเจ้าตัวนี้เริ่มจากความละเอียดของ Sensor CMOS 22 MP, ISO สูงสุดที่ 25600 และสามารถดึงได้สูงสุดที่ 102800 ครับนับศูนย์ไม่ผิด สเปคเค้าให้มาอย่างนี้จริงๆ, สามารถถ่ายต่อเนื่องได้ที่ 6 fps, รองรับการถ่าย VDO ที่ระดับ Full HD, ระบบ Auto Focus 61 จุด, ระบบวัดแสง 63 โซน, 100% View Finder, Dual card slots for CF and SD card เห็นแค่สเปคก็รู้แล้วว่าเทพมาจุติแล้ว ข้าน้อยไม่อาจเอื้อมจริงๆ

ถัดมาคือหน้าจอ LCD ที่เป็นจอแบบ Touch screen จึงทำให้ด้านหลังไม่ค่อยมีปุ่มอะไรให้เห็นรกรุงรังเหมือนรุ่นพี่ๆ ค่อนข้างจะโล่ง แต่แฝงไปด้วยสมรรถนะ ปุ่มปรับโหมดการถ่ายภาพถูกออกแบบมาให้อยู่ทางด้านซ้ายบนของตัวกล้อง ส่วนทางด้านขวานั้นเป็นจอบอกสถานะถ่ายภาพ สำหรับกล้องรุ่นนี้ไม่มี Pop-up Flash มาให้ครับเพราะนี่คือกล้องเทพ มีแค่ Hot shoe เท่านั้น

เมื่อทำการเปรียบเทียบขนาดกับ 5D รุ่นเก่าแล้วจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่ารุ่น mark III นี้เล็กกว่านิดหน่อย ช่วยให้ช่างภาพสะดวกสบายมากขึ้นเวลาพกพาไปไหนต่อไหน ราคาอยู่ที่ 122,000 บาท (พร้อมเลนส์ Kit 24-105IS) ใครพอมีงบก็ลองดูได้ครับ

โทรทัศน์สุดยอดของจอภาพแบบ Clear Image รุ่น PS43F4000AR Series 4

โทรทัศน์สุดยอดของจอภาพแบบ Clear Image รุ่น PS43F4000AR Series 4
ไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นใครก็อยากได้ทีวีหรือว่าโทรทัศน์ที่มีคุณภาพสูงและราคาคุ้มค่าคุ้มกระเป๋าสตางค์อยู่แล้ว แต่ว่าจะมีจริงหรือที่ของดีราคาถูกจะมีอยู่บนโลกใบนี้ แต่ว่าวันนี้สินค้าที่เรานำมาแนะนำกันนั้นไม่เชิงจะเรียกว่าราคาถูกเสียทีเดียว เพราะทั้งราคาและคุณภาพไปควบคู่กันได้สวยและที่สำคัญเป็นราคาที่คุณสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ในราคาไม่แพงค่ะ ถ้าหากคุณสนใจก็สามารถติดตามอ่านรายละเอียดกันได้เลยค่ะ
โทรทัศน์แบบพลาสมารุ่น PS43F4000AR Series 4 เป็นอีกหนึ่งสินค้าจากค่าซัมซุงที่ปล่อยวางขายสู่ท้องตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของคนทุกระดับในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นคนฐานะปานกลางจนถึงคนฐานะรวยมากก็สามารถเป็นเจ้าสินค้าจากค่ายซัมซุงได้ทั้งสิ้น และโทรทัศน์แบบพลาสมารุ่น PS43F4000AR Series 4 ก็กลายเป็นสินค้าที่หลายคนสนใจและต้องการ ไปเริ่มต้นที่ขนาดหน้าจอ 43 นิ้ว ที่ถือว่าใหญ่พอสมควรถ้าเปรียบเทียบกับทีวีรุ่นก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังมาพร้อมระบบที่มีความทันสมัยอีกมากมายที่รอให้คุณได้เปิดระสบการณ์ทางทีวีใหม่ๆ
ด้วยระบบภาพที่มีความเนียนมากว่า คมชัดมากกว่า ทำให้กลายเป้นทีวีในอุดมคติของใครหลายคนเลยทีเดียว และที่สำคัญมีรูปแบบจอภาพคือจอ Clear Image ที่จะทำให้ภาพที่คุณเห็นมีความคมชัดในทุกเส้นสายลายละเอียดไม่ว่าจะมีซ้อนทับกันของภาพแต่ก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดจนเหมือนตาเปล่าเลยละค่ะ

Samsung NX300 กล้องเจ๋ง สไตล์แจ๋ว

ข่าวล่ามาแรงสำหรับกล้อง Mirrorless จากค่าย Samsung ตัวนี้มีดีที่การออกแบบ โดยเจ้าตัวนี้ได้รับการกล่าวถึงทั้งในด้านของ Sensor ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ให้คุณภาพเทียบเท่ากล้อง DSLR เลยทีเดียว ทำเอาหนุ่มๆ หลายคนน้ำลายไหลกันไปตามๆ กัน ว่าแล้วเราก็เข้ามาดูภายในกันดีกว่าว่าจะมีอะไรดีบ้าง และน่าใช้มากแค่ไหน ถ้าพร้อมแล้วก็เข้ามาเลย

ด้านการดีไซน์เค้าให้มาถึง 3 สีด้วยกันคือ ดำ, น้ำตาล และขาว สไตล์การออกแบบเป็น Classic Camera ด้านบนของกล้องเอาใจมืออาชีพด้วยครับ ด้วย hot shoe และกล้องตัวนี้เค้าว่ารองรับระบบ Wi-Fi ด้วย ใครที่ชอบแชร์คงได้มีเฮกัน นอกจากนั้นยังมีระบบป้องกันการสั่นไหวของภาพมาให้อีกด้วย และที่เด่นๆ คือ ปุ่ม iFn ช่วยให้ปรับตั้งค่าเช่น ISO, White Balance ได้เร็วโดยที่ไม่ต้องเข้าเมนู

พลิกมาดูทางด้านหน้าจอ LCD กันบ้าง รุ่นนี้เป็นจอ LCD ที่รองรับ Touch Screen และยังสามารถบิดพับได้อีก ไม่ว่าจะเป็นมุมแปลกขนาดไหน พี่ซัมจัดให้ครับไม่ต้องห่วง เราลองมาดูสเปคกันบ้าง Sensor ขนาด 20.3 MP APS-C CMOS, ISO ที่สามารถทำได้คือ 25600, Card ที่รองรับคือ SD, SDHC, SDXC, UHS-1, น้ำหนักของเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 280 กรัมก็นับได้ว่าไม่หนักจนเกินไปและก็ไม่เบาครับเหมาะกับคนที่ไม่ชอบแบก DSLR ตัวใหญ่ๆ ไปท่องเที่ยว

ด้านคุณภาพของภาพนั้นก็นับได้ว่าสามารถเทียบรุ่นกับ DSLR ได้อย่างไม่น่าเกลียดแต่อย่างใด ใครที่ต้องการกล้อง Mirrorless สักตัว Samsung NX300 ตัวนี้เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

Canon IXUS300 HS มากกว่าคำว่าคอมแพ็ค

คอมแพ็คจากทางค่าย Canon กลับมาเขย่าวงการอีกครั้ง ด้วยการออกแบบที่เน้นความสะดวกในการพกพา สามารถเอาไปเที่ยวได้ทุกที่ พร้อมด้วยน้ำหนักที่เบา ทำเอาใครหลายคนใจละลาย และอยากได้เจ้าตัวนี้มาครอบครอง ถ้าทุกท่านพร้อมที่จะทำความรู้จักกับเจ้าตัวแรงตัวนี้แล้วละก็ ตามผมมาได้เลยครับ

เรามาเริ่มกันที่ Body ของตัวกล้องกันก่อนดีกว่า สำหรับตัวนี้เค้าให้ Lens มาตรฐานสำหรับกล้องคอมแพ็คที่ 28 – 105 mm มาครับ สามารถถ่ายได้ทั้งระยะกลาง จนถึงไกล ด้านหลังมีจอ LCD ขนาด 3” จุใจวัยมันส์ มีปุ่ม Menu และ Function Set ทาง Canon เค้าบอกมาว่า Highlight ของเจ้าตัวนี้ก็คือระบบ HS System ถ่ายด้วยรูรับแสงที่กว้างครับเมื่อเทียบกับกล้องคอมแพ็ครุ่นอื่นๆ คืออยู่ที่ f2.0 และการบันทึก VDO ด้วยฟังก์ชั่น Slow Motion

ทางด้านลูกเล่นก็มีมาให้ไม่แพ้รุ่นอื่นครับ เช่น Miniature Effect Scene ที่สามารถถ่ายภาพมุมกว้างแล้วนำมาย่อให้กลายเป็นภาพแบบเมืองจำลอง, Fisheye Effect ภาพบวมๆ ดูแปลกตาดี, Wink Detection ตรวจจับตัวแบบที่ขยิบตาข้างเดียวแล้วกล้องก็จะโฟกัสที่ตัวแบบทันที และอีกมากมายครับ เรามาดูกันที่สเป็คกันบ้างดีกว่า เจ้าตัวนี้ให้ความละเอียด 10 MP, 4X Digital Zoom, ISO สูงสุดที่ทำได้ 3200, รองรับ SD, SDHC, SDXC, MMC, MMC+, HC MMC+, น้ำหนัก 175 กรัม

นอกจากที่กล่าวมาแล้วยังมีสเป็คที่เทพๆ อีกมากมายครับ หากท่านสนใจ ตัวนี้สนนราคาอยู่ที่ 11,900 บาท ก็นับได้ว่าไม่แพงจนเกินไปครับสำหรับกล้องคอมแพ็คระดับคุณภาพอย่างนี้